ประวัติพระเอกาทศรถ

30 มิ.ย.

ประวัติพระเอกาทศรถ

 

พระเอกาทศรถ พระราชประวัติสมเด็จพระเอกาทศรถ

สมเด็จพระเอกาทศรถ เป็นพระราชโอรสของสมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราช ซึ่งสืบเชื้อสายมาจากราชวงศ์พระร่วง กับพระวิสุทธิกษัตรี ซึ่งเป็นพระราชธิดาของสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ์และสมเด็จพระศรีสุริโยทัย พระองค์เป็นพระอนุชาของพระสุพรรณกัลยา และเป็นพระอนุชาของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช โดยทั้งสามพระองค์ประสูติที่เมืองพิษณุโลก ในขณะที่สมเด็จพระราชบิดา คือสมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราช เสด็จครองเมืองพิษณุโลก ซึ่งตรงกับรัชสมัยของสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ์ แห่งกรุงศรีอยุธยา ทั้งสามพระองค์ทรงรักใคร่กันยิ่งนัก แต่จาเป็นต้องพลัดพรากกันไปด้วยเหตุผลทางการเมือง กล่าวคือ ในปีกุน พ.ศ.๒๑๐๖ พระเจ้าบุเรงนอง ได้นำพระเชษฐา คือ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ไปยังกรุงหงสาวดี เป็นเวลา ๖ ปี

 

ภาพเขียนพระราชประวัติ ฯ ในอุโบสถ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จังหวัดพิษณุโลก1 300x203 พระราชประวัติสมเด็จพระเอกาทศรถ

ภาพเขียนพระราชประวัติ ฯ ในอุโบสถ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จังหวัดพิษณุโลก

 

ในปีมะเส็ง พ.ศ.๒๑๑๒ สมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราช ได้เสด็จขึ้นครองราชสมบัติ ทรงพระนามว่า สมเด็จพระศรีสรรเพชญ์ สมเด็จพระนเรศวรจึงได้กลับมาอยุธยา พระเชษฐากับพระอนุชาจึงได้มีโอกาสประสบพักตร์กันอีก แต่พระสุพรรณกัลยา พระเชษาภคินี ก็ต้องเสด็จไปเป็นตัวแทนในฐานะเป็นพระชายาของพระเจ้าหงสาวดีบุเรงนอง สมเด็จพระเอกาทศรถ จึงต้องห่างจากพระเชษาภคินีอีก

ภาพเขียนพระราชประวัติ ฯ 300x186 พระราชประวัติสมเด็จพระเอกาทศรถ

ภาพเขียนพระราชประวัติ ฯ ในอุโบสถ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จังหวัดพิษณุโลก คราวส่งเสด็จ สมเด็จพระนเรศวร ไปหงสาวดี

หลังจากสมเด็จพระนเรศวรกลับจากกรุงหงสาวดีแล้ว ก็ทำการฝึกราชการอยู่ที่อยุธยา จนเมื่อ สมเด็จพระนเรศวรมีพระชนมายุได้ ๑๖ ปี พระราชบิดาให้เสด็จไปประทับราชธานีพิษณุโลก เพื่อปกครองหัวเมืองเหนือแทนพระราชบิดา ครั้นสมเด็จพระเอกาทศรถทรงเจริญวัย ก็ทรงดาเนินรอยตาม ฝึกราชการต่าง ๆ เช่นเดียวกับที่พระเชษฐาฝึกอยู่

สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ได้ทรงพระนิพนธ์พระราชประวัติสมเด็จพระเอกาทศรถไว้ว่า “ พระราชประวัติสมเด็จพระเอกาทศรถ ในพระราชพงศาวดาร ไม่มีหลักอันใดที่จะสอบให้รู้ว่า สมเด็จพระเอกาทศรถพระราชสมภพเมื่อปีใด เรื่องพระชันษาหาที่สอบไม่ได้ทีเดียว ถ้าจะเดาตามสังเกตเนื้อเรื่องที่ได้เสด็จไปรบพุ่งร่วมกับสมเด็จพระบรมเชษฐา สมเด็จพระเอกาทศรถเห็นจะอ่อนกว่าสมเด็จพระนเรศวร ราวสัก ๖ ปี คือเมื่อเริ่มรบเอาอิสรภาพกับหงสาวดี สมเด็จพระนเรศวรพระชนมายุได้ ๒๙ พรรษา สมเด็จพระเอกาทศรถพระชนมายุได้ ๒๓ พรรษา ”

ข้อความของวัน วลิต จาก The Short History of the King of Siam ใน Van Viet’s Siam แปลโดย วนาศรี สามนเสน ( มติชน,๒๕๓๘ หน้า ๖๖- ๖๘ ) อ้างโดย พิมาน แจ่มจารัส ในหนังสือ นเรศวรมหาราช สุพรรณกัลยา เอกาทศรถ ความว่า

“ พระอนุชาพระนเรศราชาธิราช เสวยราชย์เมื่อพระชนมายุ ๔๕ พรรษา ทรงพระนามว่า พระอนุชาธิราช พระราเมศวร … พระองค์เสวยราชย์อยู่ ๖ ปี สิ้นพระชนม์เมื่อพระชนมายุได้ ๕๑ พรรษา ไม่มีความเจริญรุ่งเรืองใดๆ ในสมัยของพระองค์ และกลับเป็นระยะเวลาที่มีความยุ่งยากเรื่อยมา ”

ซึ่งหากพิจารณา ตามบันทึกของวัน วลิต ข้างต้นแล้ว สมเด็จพระเอกาทศรถ ก็คงพระราชสมภพ ใน พ.ศ.๒๑๐๓ ครองราชย์เมื่อปี พ.ศ.๒๑๔๘ ( พระชนมายุ ๔๕ พรรษา ) ครองราชย์ ๕ ปีเศษจึงเสด็จสวรรคตในปี พ.ศ. ๒๑๕๓ รวมพระชนมายุ ๕๐ ปีเศษ ใกล้เคียงกับ บันทึกของวัน วลิต ในข้างต้น

ทรงผนวช

จากหนังสือ สมเด็จพระเอกาทศรถ ฉบับออกอากาศ ของคุณ ประยูร พิศนาคะ ซึ่งจัดพิมพ์เมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๔ ได้กล่าวถึงการผนวชของสมเด็จพระเอกาทศรถ ไว้ว่า

“ ตามธรรมดาพระราชโอรสของพระมหากษัตริย์กรุงศรีอยุธยา จะออกผนวชแล้วเสด็จประทับอยู่วัดใดวัดหนึ่ง ใกล้พระราชวัง อันเป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์พระองค์นั้น แต่ปรากฏว่า สมเด็จพระเอกาทศรถ เสด็จไปผนวชอยู่ที่วัดจุฬามณี เมืองพิษณุโลก อันมีฐานะเป็นเมืองลูกหลวง ที่สมเด็จพระบรมเชษฐาประทับครอง … วัดจุฬามณี เป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่งของเมืองพิษณุโลก สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.๒๐๐๗ สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ เสด็จผนวชอยู่ที่วัดจุฬามณี ถึง ๘ เดือน ทรงเป็นพระมหากษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยาพระองค์แรกที่ทรงสร้างและผนวชอยู่ที่วัดนี้ ต่อมาก็สมเด็จพระเอกาทศรถ ”

พระเอกาทศรถ.พ.ท.วินธัย สุวารี jpg 182x300 พระราชประวัติสมเด็จพระเอกาทศรถ

สมเด็จพระเอกาทศรถ รับบทโดยพ.ท.วินธัย สุวารี ใน ภาพยนตร์ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช

พระชนมายุ

หลังจากสมเด็จพระนเรศวรมหาราช พระเชษฐา ได้เสด็จสวรรคตเมื่อวันจันทร์ที่ ๒๕ เมษายน พ.ศ.๒๑๔๘ แล้ว สมเด็จพระเอกาทศรถได้ครองราชสมบัติต่อมา ระยะเวลาในการครองราชสมบัติของพระองค์ ไม่ตรงกัน มีตั้งแต่ ๕ ปีเศษ , ๗ ปี , ๘ ปี และ ๑๕ ปี มีรายละเอียดเท่าที่รวบรวมได้ดังนี้

1 300x252 พระราชประวัติสมเด็จพระเอกาทศรถ

 หลักฐานประวัติศาสตร์ของไทย ยึดถือตามบันทึกของพระราชพงศาวดารฉบับหลวงประเสริฐ ซึ่งเหตุผลของการที่ระบุปีครองราชย์ของสมเด็จพระเอกาทศรถ ในแต่ละที่ไม่ตรงกันนั้น เนื่องจากเหตุผลดังต่อไปนี้

แต่งขึ้นในราวสมัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เป็นหลัก โดยนักประวัติศาสตร์ไทย ถือว่าเป็นฉบับที่ ถูกต้องแม่นยาที่สุด ( กรณีเทียบ จ.ศ. เป็น พ.ศ. ต้องบวกด้วย ๑๑๘๑ ) ซึ่งพระราชพงศาวดารฉบับหลวงประเสริฐฉบับที่ ๑ นั้น บันทึกไว้สิ้นสุดคราวสมเด็จพระนเรศวร พักทัพที่ทุ่งดอนแก้ว ก็หมดเล่ม ๑ เพียงเท่านั้น ฉบับที่เหลือสูญหายไป เหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์หลังจากการยั้งทัพของสมเด็จพระนเรศวรไปแล้ว ต้องสืบค้นจากที่อื่นประกอบ

 กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงพระราชนิพนธ์ ไว้ ก็ให้ความเห็นว่า หลักฐานหลวงประเสริฐสิ้นสุดเท่าที่กล่าว ประมาณว่า สมเด็จพระเอกาทศรถ สวรรคตราว พ.ศ.๒๑๖๓

 ปี พ.ศ.๒๕๓๙ คณะกรรมการชำระประวัติศาสตร์ ซึ่งแต่งตั้งโดยสำนักนายกรัฐมนตรี ได้มีข้อยุติปรับปี รัชกาลของสมเด็จพระเอกาทศรถ เป็น ครองราชย์ในห้วง พ.ศ.๒๑๔๘ – พ.ศ.๒๑๕๓ โดยมีความเห็นตามบันทึกของชาวต่างชาติชื่อ ฟานฟลีต ( วันวลิต ) ซึ่งบันทึกไว้ราวปี พ.ศ.๒๑๘๒ สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช โดยระบุว่า สมเด็จพระเจ้าทรงธรรมสวรรคตในปี พ.ศ.๒๑๗๑ ครองราชย์ ๑๙ ปี จากเดิมเข้าใจว่าสมเด็จพระเจ้าทรงธรรมครองราชย์ ๙ ปี จึงต้องปรับลดปีรัชกาลของสมเด็จพระเอกาทศรถ จากเดิมครองราชย์ ๑๕ ปี เป็นสมเด็จพระเอกาทศรถครองราชย์ ๕ ปี สอดคล้องกับงานเขียนของ ปีเตอร์ ฟลอรีส ที่กล่าวว่าสมเด็จพระเอกาทศรถสวรรคต ในปี ค.ศ.๑๖๑๐ ( ตรงกับ พ.ศ.๒๑๕๓ )

 

ศาสตราจารย์ ขจร สุขพานิช ( ท่านเสียชีวิตแล้วประมาณปี พ.ศ.๒๕๒๑ ) ได้ให้ความเห็นในการครองราชย์ของ สมเด็จพระเอกาทศรถ ,พระศรีเสาวภาคย์ และพระเจ้าทรงธรรม ไว้ในวารสาร กรมศิลปากร ปีที่ ๑ พ.ศ.๒๕๑๔ เล่มที่ ๒ ,๓ และ ๔ เรื่อง สอบปีรัชกาล สมเด็จพระเอกาทศรถ สรุปได้ดังนี้

 15 12 2554 17 46 25 300x141 พระราชประวัติสมเด็จพระเอกาทศรถ

 

คุณ พิมาน แจ่มจรัส ได้กล่าวในหนังสือ นเรศวรมหาราช สุพรรณกัลยา เอกาทศรถ พ.ศ.๒๕๕๐ โดยอ้างถึง “ หลักาฐานประวัติศาสตร์ไทยในต่างประเทศ ” ของ ม.ล.มานิจ ชุมสาย ซึ่งกล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับฮอลแลนด์ ว่า

“ ในที่สุด ทูตไทยก็อาศัยเรือของฮอลันดา มากับล่ามหนุ่ม ๆ คนหนึ่ง เคยไปอยู่เมืองไทย ๖ ปี และได้เดินทางมาถึงฮอลันดาเมื่อวันที่ ๑๐ กันยายน พ.ศ.๒๑๕๑ ปรากฏว่า ทูตต้องตกค้างอยู่ฮอแลนด์ถึงวันที่ ๓๐ มกราคม พ.ศ.๒๑๕๓ ขาไปไปกับ มัตเตอลิเอ็ฟ ขากลับมาในเรือของปีเตอร์โบธ กลับมาถึงบ้านเมื่อ ๑๙ ธันวาคม พ.ศ.๒๑๕๓ ในขณะนั้น สมเด็จพระเอกาทศรถ ถามข่าวคราวถึงทูตของพระองค์เสมอ ในเมื่อผู้แทนการค้าของฮอลันดา ในกรุงศรีอยุธยา ตอนแรก เฮน ( Heyn ) อยู่ และต่อมาเมื่อวันที่ ๒๗ กันยายน พ.ศ.๒๑๕๓ คอร์เนลิส ฟรังค์ ( CORNELIS FRANCK ) ก็มาอยู่แทน ได้ยินว่า กว่าฑูตจะกลับถึงเมืองไทยก็ถึง พ.ศ.๒๑๕๕ ”

หากจะพิจารณาข้อมูลข้างต้น แสดงว่า ในวันที่ ๒๗ กันยายน พ.ศ.๒๑๕๓ เรายังทราบว่าเป็นวันที่สมเด็จพระเอกาทศรถยังมีพระชนม์อยู่ หลังจากนั้น พระองค์คงจะทรงพระประชวรและคงจะสวรรคตในปลายปี พ.ศ.๒๑๕๓ เนื่องจาก อาจตรอมพระราชหฤทัยที่ เจ้าฟ้าสุทัศน์ พระราชโอรสพระองค์แรกของพระองค์ ที่ทรงแต่งตั้งเป็นพระอุปราช สิ้นพระชนม์ พระศรีเสาวภาคย์ ราชโอรสองค์ที่ ๒ และพระเจ้าทรงธรรม ก็ครองราชย์สืบต่อมา

กองบัญชาการช่วยรบที่ ๓ ได้เสนอเรื่องไปยังกรมศิลปากร เพื่อขอทราบปีสวรรคตของสมเด็จพระเอกาทศรถ ว่าทางราชการได้กำหนดความชัดเจนในปีรัชกาลของพระองค์ท่าน เป็นทางการอย่างไร ซึ่งกรมศิลปากร โดยสำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ ได้ประชุมหารือกันและสรุปว่า พระองค์ท่านเสด็จสวรรคตใน ปี พ.ศ. ๒๑๕๓ จึงมีหนังสือตอบยืนยันให้ กองบัญชาการช่วยรบที่ ๓ ทราบ โดยใช้ตามหลักฐานของคณะกรรมการชาระประวัติศาสตร์ และงานเขียนของผู้เกี่ยวข้องมาเป็นปัจจัยในการพิจารณา จึงนับได้ว่า พ.ศ.๒๕๕๓ เป็นปีครบรอบ ๔๐๐ ปี แห่งการสวรรคต สมเด็จพระเอกาทศรถ โดยในปี พ.ศ.๒๕๕๓ ที่ผ่านมานั้น กองบัญชาการช่วยรบที่ ๓ ได้จัดงานเฉลิมฉลองเทิดพระเกียรติพระองค์ท่าน เมื่อวันที่ ๑๔ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๕๓ ณ ค่ายสมเด็จพระเอกาทศรถ อย่างสมพระเกียรติ เราชาวไทยทั้งหลายจะต้องร่วมกันราลึกถึงพระเกียรติคุณ และพระวีรกรรมของพระองค์ท่าน ที่มีต่อประเทศไทยอย่างเหลือคณานับ ไม่น้อยไปกว่าพระเกียรติคุณ และพระวีรกรรมของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช พระเชษฐาที่สมเด็จพระเอกาทศรถ ทรงถวายความจงรักภักดีด้วยความกล้าหาญเสี่ยงพระชนม์ชีพ ในการป้องกันภยันตรายแก่พระเชษฐาของพระองค์ท่าน จนสุดพระราชกำลัง ยากที่จะหาใคร ๆ จะเสมอเหมือนได้ ตามที่จะเสนอให้ทุกท่านได้รับทราบพระวีรกรรมของสมเด็จพระเอกาทศรถ ในตอนต่อ ๆ ไป

สมเด็จพระเอกาทศรถ ทรงเป็นพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์สุโขทัย โดยมีสมเด็จพระมหาธรรมราชา ซึ่งเป็นพระราชบิดาของพระองค์เป็นต้นราชวงศ์ ปกครองกรุงศรีอยุธยา รวม ๗ พระองค์ จึงสิ้นสุดราชวงศ์สุโขทัย เปลี่ยนผ่านไปสู่ราชวงศ์ปราสาททอง ต่อไป มีรายละเอียด ดังนี้

 

พระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์สุโขทัย ที่ปกครองกรุงศรีอยุธยา 300x281 พระราชประวัติสมเด็จพระเอกาทศรถ

พระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์สุโขทัย ที่ปกครองกรุงศรีอยุธยา

หมายเหตุ :

๑. ตามลำดับของประชุมพงศาวดารฉบับกาญจนาภิเษก เล่ม ๑ ถือว่า พระมหากษัตริย์ไทยที่ปกครองกรุงศรีอยุธยา

มี ๓๓ พระองค์ ( ไม่รวมขุนวรวงษาธิราช ) สมเด็จพระเอกาทศรถ ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ลาดับที่ ๑๙

๒. นักวิชาการบางท่านให้ความเห็นว่า พระมหากษัตริย์ไทยที่ปกครองกรุงศรีอยุธยา มี ๓๔ พระองค์

( รวมขุนวรวงษาธิราช ) ถ้านับว่ามี ๓๔ พระองค์ สมเด็จพระเอกาทศรถ จะเป็นพระมหากษัตริย์ลาดับที่ ๒๐

 

 

แผนที่อยุธยาในอดีต 300x264 พระราชประวัติสมเด็จพระเอกาทศรถ

แผนที่อยุธยาในอดีต

 

 

สรุปปีรัชกาล พระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์สุโขทัย ที่ปกครองกรุงศรีอยุธยา 300x165 พระราชประวัติสมเด็จพระเอกาทศรถ

สรุปปีรัชกาล พระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์สุโขทัย ที่ปกครองกรุงศรีอยุธยา

ที่มา : ประชุมพงศาวดารฉบับกาญจนาภิเษก เล่ม ๑ พ.ศ.๒๕๓๙

หมายเหตุ * เยเรเมียส ฟาน ฟลีต ระบุว่า สมเด็จพระเอกาทศรถ ทรงครองราชย์ ๖ ปี และ

สมเด็จพระเจ้าทรงธรรม ทรงครองราชย์ ๑๙ ปี

** ขจร สุขพานิช ระบุว่า พระศรีเสาวภาคย์ ทรงครองราชย์ราว ๒ – ๓ เดือน

 

 

พระเอกาทศรถ1 249x300 พระราชประวัติสมเด็จพระเอกาทศรถ

พระเอกาทศรถ

สมเด็จพระเอกาทศรถ ซึ่งพระองค์ทรงมีระยะเวลาครองราชย์สมบัติเพียง ๕ ปีเศษ เราทั้งหลายไม่ สามารถคาดเดาได้ว่า พระองค์ทรงมียุทธศาสตร์ในการปกครองประเทศอย่างไร ยุทธศาสตร์บางอย่างนั้น ยังไม่สามารถปรากฏได้ชัดในรัชกาลของพระองค์ จึงนับเป็นรอยต่อระหว่างห้วงสงครามมาสู่การค้าและ การทูต ซึ่งหากพระองค์ทรงวางรากฐานให้กับประเทศไม่ดีพอแล้ว ก็อาจเกิดเหตุการณ์ใด ๆ ที่ไม่ดีแก่ ประเทศสยามได้ ภายใต้การคุกคามของชาวตะวันตกในสมัยนั้นและภัยจากประเทศรอบด้านซึ่งอาจก่อขึ้น เมื่อใดก็ได้ แต่ภายใต้ระยะเวลาที่พระองค์มีอยู่ พระองค์ท่านก็สามารถปฏิบัติพระราชกรณียกิจได้ จนทำให้สยามประเทศมีความรุ่งเรืองแผ่ไพศาลอย่างมาก สามารถรักษาผืนแผ่นดินที่พระเชษฐาและพระองค์ ได้ ทรงร่วมกันปกป้องมาได้โดยไม่เสียดินแดนและเอกราชให้ชาติใด ๆ แม้แต่น้อย

วาระสุดท้ายแห่งพระชนม์ชีพของสมเด็จพระเอกาทศรถ

สมเด็จพระเอกาทศรถ สวรรคตในปี พ.ศ.๒๑๕๓ หลังจาก สมเด็จพระเจ้าทรงธรรม ทรงเสร็จ

การระงับศึกสำคัญต่าง ๆ ได้แล้ว พระองค์จึงได้ถวายพระเพลิงพระบรมศพสมเด็จพระเอกาทศรถ พระราชบิดา เมื่อปี พ.ศ.๒๑๕๖

สมเด็จพระเอกาทศรถ

ตลอดระยะเวลาแห่งพระชนม์ชีพ สมเด็จพระเอกาทศรถ ได้ทรงทุ่มเทพระวรกาย ถวายการรับใช้

และทรงเข้าทำการรบเคียงข้างสมเด็จพระเชษฐาผู้ทรงพระนามว่า “ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ” อยู่

ตลอดเวลา นำพาสยามประเทศให้เจริญวัฒนาสืบมา แม้ว่าพระนามของพระองค์ท่าน จะไม่มี “ มหาราช ”

ต่อท้ายพระนามเลยก็ตาม แต่พระองค์ท่าน ก็ทรงเป็น “ มหาราชในดวงใจ ” ของชาวไทยอยู่เสมอมา

About these ads

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

%d bloggers like this: